2007/Feb/02

Gloomy Sunday
กลูมมี่ซันเดย์เป็นเพลงที่แต่งขึ้นโดยนักกวีชาวฮังการีผู้หนึ่งชื่อว่า "วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า" แต่งโดยหนุ่มฮังการีนามเรสโซเซเรสส์
(Reszo Seress)

มันเริ่มมาจากเมื่อเดือนธันวาคมปี1932 เรสโซเป็นที่เป็นนักแต่งเพลงยากจนเขาพยายามหาเลี้ยงชีพอยู่ในนครปารีสแต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จเพราะเพลงแต่ละเพลงของเขาไม่ได้รับความสนใจอีกทั้งคนรักของเขาก็ไม่เห็นดีเห็นงามด้วยจนทะเลาะกันอยู่หลายครั้งในที่สุดในวันหนึ่งทั้งคู่ก็ต้องถึงคราวแยกทางกัน


ด้วยเหตุนี้ในวันอาทิตย์วันหนึ่งมันเป็นวันฝนตกเรสโซที่ทั้งหดหู่และเศร้าหมองด้วยเหตุการณ์ต่างๆก็ได้แต่งเพลงนี้ขึ้นในวันนั้นซึ่งเป็นการบรรเลงทำนองด้วยเปียโนเขาใช้เวลาเพียง 30 นาทีก็ประพันธ์เพลงเสร็จจากนั้นจึงได้ส่งไปยังสำนักพิมพ์ต่างๆแต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับ


และสุดท้ายก็มีสำนักพิมพ์บทประพันธ์แห่งหนึ่งรับไว้นี่เป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นหลังจากเพลงนี้ได้ถูกเผยแพร่ไปยังมหานครต่างๆทั่วโลก
...

ที่กรุงเบอร์ลินเยอรมันนีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ขอให้วงดนตรีเล่นเพลงกลูมมี่ซันเดย์ให้ฟังหลังจากนั้นเขากลับบ้านและระเบิดศีรษะด้วยปืนรีวอลเวอร์หลังจากบ่นกับญาติๆว่าเขารู้สึกกดดันอย่างรุนแรงกับท่วงทำนองเพลงที่เขาไม่อาจลบมันออกไปได้


สัปดาห์ต่อมาที่กรุงเบอร์ลินสาวผู้ช่วยร้านขายของแขวนตัวตายอยู่ในแฟลตที่พักพบบทเพลงกลูมมี่ซันเดย์อยู่ที่ห้องของเธอด้วย


สองวันหลังจากนั้นเลขานุการิณีในนิวยอร์กได้ฆ่าตัวตายด้วยแก๊สในจดหมายลาตายได้ขอร้องให้เล่นเพลงนี้ในงานศพของเธอด้วย


สัปดาห์ถัดมาชาวนิวยอร์กอีกรายเป็นชายวัย 82 ได้กระโดดหน้าต่างอพาร์ตเมนท์ชั้น 7 ลงมาตายโดยก่อนตายเขาได้เล่นเพลงนี้


ในเวลาไล่เลี่ยกันวัยรุ่นกรุงโรมก็กระโดดสะพานฆ่าตัวตายหลังจากที่ได้ฟังเพลงมรณะนี้เช่นเดียวกัน


ไม่นานนักเจ้าหน้าที่รัฐบาลผู้หนึ่งก็ได้ยิงตัวตายหลังจากที่ได้อ่านเนื้อเพลงนี้รายต่อมาเป็นเด็กหญิงคนหนึ่งที่พยายามกินยาพิษเมื่อได้ยินเพลงนี้จากเครื่องเล่นแผ่นเสียง


ที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในกรุงบูตาเบสชายคนหนึ่งก็ไดยิงตัวตายในขณะที่เพลงนี้กำลังบรรเลงอยู่และรายอื่นๆอีกมากมาย...

และผู้ประพันธ์เพลงนี้เองก็ต้องเจอชะตากรรมอันเลวร้ายเมือคิดจะไปคืนดีกับคนรักแต่ในเวลาต่อมาเขาก็รู้ว่าคนรักของเขาได้กินยาพิษฆ่าตัวตายไปแล้วที่ข้างร่างของเธอคือแผ่นกระดาษบทเพลงกลูมมี่ซันเดย์นั่นเอง


รัฐบาลฮังการีได้สั่งห้ามไม่ให้เปิดเพลงนี้ออกอากาศแต่เหตุการณ์นี้ก็ยังเกิดในที่อื่นๆอีกเช่นที่ประเทศอังกฤษซึ่งทางบีบีซีก็ได้ถูกสั่งห้ามเปิดเพลงนี้เช่นกันแต่ในสหรัฐอเมริกาถึงแม้จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นก็ตัดสินใจที่จะไม่ทำอย่างรัฐบาลอังกฤษและฮังการี


โดยสรุปแล้วการฆ่าตัวตายนั้นได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพลงนี้ประมาณ 200 รายทั่วโลก


และในปี 1968 ชาวอังกฤษคนหนึ่งก็ได้กระโดดจากชั้น 8 ของอาคารแห่งหนึ่งเขาคือเรสโซเซเรสส์ซึ่งไม่สามารถแต่งเพลงได้อีกหลังจากการแต่งทำนองเพลง "วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
"

และนี่เองคือที่มาสำหรับบทเพลงแห่งความตายที่มีชื่อว่า "วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า" หรือ
"gloomy sunday"

นี่คือเนื้อร้องและคำแปลที่ผมหามา

พลง Gloomy Sunday
แต่งโดย ลาฟโร จาร์วัว
ทำนองโดย เรซโซ แซร์

วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า

วันอาทิตย์นี้ช่างแสนเศร้า ฉันไม่สามารถจะล้มตัวลงนอนได้
ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความมืดที่ไม่มีวันจบสิ้น
ดอกไม้ขาวหล่าวนั้น จะไม่ช่วยให้เธอฟื้นขึ้นมาได้ (ขอบอกก่อนนิดนึงว่า ชาวตะวันตกเวลางานศพเค้าจะมาไว้อาลัยคนตายด้วยดอกไม้สีขาว)
ไม่แม้กระทั้งที่ที่รถสีดำคันนั้นพาเธอไป (รถขนศพเมืองนอกเค้าจะเป็นเหมือนลิมูซีนคันเล็กสีดำ)
หล่าวเทวดาทั้งหลายจะไม่มีวันคืนเธอกลับมาหาฉันได้
พวกเค้าจะโกรธมั๊ยถ้าฉันจะไปหาเธอแทน (หมายความว่า ถ้าเทวดาคืนเธอมาไม่ได้ ฉันก็จะฆ่าตัวตายไปหาเธอเอง)

วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า

วันอาทิตย์นี้ช่างแสนเศร้า ฉันอยู่แต่ในความมืดมานานพอแล้ว
ฉันและหัวใจของฉันได้ตัดสินใจที่จะจบทุกอย่างแล้ว
อีกไม่นานฉันก็จะห้อมล้อมไปด้วยธูปเทียนและคำภาวนา ฉันรู้ว่ามันเศร้า
แต่อย่าร้องไห้ไปเลย เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ฉันต้องการทำ
ความตายสำหรับฉันไม่ใช่ความฝัน เพราะว่าฉันจะได้สัมผัสเธออีกครั้ง
ด้วยลมหายใจสุดท้ายของฉัน ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ

วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า

นั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน
ฉันตื่นขึ้นมาเห็นเธออยู่เคียงข้างในใจของฉัน
ฉันหวังว่าความฝันของฉันนั้นไม่ได้ทำให้เธอเศร้า
เพราะหัวใจของฉันกำลังบอกเธอว่า ฉันต้องการเธอมากแค่ไหน

วันอาทิตย์ที่แสนเศร้า
------------------------------------------------
Sunday is gloomy, my hours are slumberless
Dearest the shadows I live with are numberless
Little white flowers will never awaken you
Not where the black coach of sorrow has taken you
Angels have no thought of ever returning you
Would they be angry if I thought of joining you?

Gloomy Sunday

Gloomy is Sunday, with shadows I spend it all
My heart and I have decided to end it all
Soon therell be candles and prayers that are sad I know
Let them not weep let them know that Im glad to go
Death is no dream for in death Im caressing you
With the last breath of my soul Ill be blessing you

Gloomy Sunday

Dreaming, I was only dreaming
I wake and I find you asleep in the deep of my heart, here
Darling, I hope that my dream never haunted you
My heart is telling you how much I wanted you

Gloomy Sunday

หมายเหตุ..............ตัวเพลง หากมีเรื่องกระทบกระเทือนใจมา ไม่ขอแนะนำให้ฟังเพลงนี้ และ.. ยิ่งฟังภาษาอังกฤษ แบบ ถนัดเหมือนภาษาไทย ก็.. เหมือนกันแหละครับ เห็นหน้าสนใจดี.. เลยเอามาให้ฟังกัน

ไม่น่ากลัวอย่างที่คิดครับ
ตอนแรกคิดว่าน่ากลัว แต่ไปๆมาๆ ก็... โชคดีนะ ที่อังกฤษผมไม่แข็ง เลยฟังได้อย่างไม่มีอะไรกระเทือนมาก
* แต่ว่า เพลงนี้เป็นต้นเหตุให้คนกว่า 200 คน ฆ่าตัวตาย เลยนะครับ.

2006/Nov/23

2006/Nov/15


Death Note 2 : The Last Name
ช่วงนี้กระแสภาพยนตร์ที่สร้างมาจากการ์ตูนในบ้านเราก ำลังมาแรงไม่ใช่ย่อยเลยนะครับ หลังจากที่เมื่อประมาณเดือนกันยายนที่ผ่านมา Death Noteภาพยนตร์ที่สร้างมาจากการ์ตูนชื่อเดียวกันได้ถูกนำเข ้ามาฉาย แถมยังทิ้งปริศนาให้ผู้ชมติดตามต่อในภาคที่สองอีกต่า งหาก เล่นเอาคนดูอารมณ์ค้างกันไปหลายคน

แต่หลังจากฉายในบ้านเราได้ไม่เท่าไหร่ ข่าวคราวของภาคต่อก็ตามออกมาแบบกระชั้นชิด โดยในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ จะมีการฉายDeath Note 2 : The Last Name รอบปฐมทัศน์ขึ้นพร้อมกัน 3 ประเทศคือที่ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน และจะฉายจริงในวันที่ 3 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้


สำหรับในบ้านเรานั้นทาง M Picture ได้กำหนดวันฉายของภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องไว้แล้ว นั่นก็คือวันที่ 5 ธันวาคม 2549 นี้ครับ ใครที่เป็นแฟนๆ ของ แอล และ ไลท์ อย่าพลาดบทสรุปของพวกเค้ากันใน Death Note : The Last Name


ส่งท้ายด้วยเนื้อเรื่องย่อของภาคนี้กัน


เมื่อ ไลท์ (ทัตสึยะ ฟูจิวาระ) ได้เข้าร่วมทีมสืบสวนคดีคิระ ร่วมกับ แอล (เคนอิชิ มัตสึยาม่า)ความสงสัยในตัวไลท์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงเพ ิ่มมากขึ้น เมื่อเกิดการส่งสาสน์ท้าทายจากคิระ ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ซากุระ ซึ่งแอล สังเกตเห็นว่า เหตุการณ์ฆาตกรรมที่เกิดขึ้น เป็นรูปแบบที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ดังนั้น คิระคนนี้ ไม่ใช่คิระคนเดียวกับที่เขากำลังตามล่าอย่างแน่นอน!!!

การปรากฎตัวของ คิระคนที่ 2 ได้สร้างความกังวลใจให้กับ แอล หาก คิระคนที่ 1 ร่วมมือกับ คิระคนที่ 2 โลกเราคงเต็มไปด้วยเหตุการณ์เลวร้าย ยากที่จะรับมืออย่างแน่นอนที่สุด!!!


ความกังวลของ แอล ยังไม่ทันได้คลี่คลาย เหตุการณ์ฆาตกรรมลึกลับกลับผุดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความสงสัยว่า อาจมี คิระ ถึง 3 คน!!!

ยางามิ ไลท์ รู้ทันทีว่า คิระคนที่ 2 มีอานุภาพในการฆ่า เหนือชั้นกว่าเขาหลายเท่า!!! ไลท์ มองเห็นช่องทางที่จะกำจัด แอล ได้ไม่ยากอย่างที่คิดอีกต่อไป...


ในที่สุดนักสืบอัจฉริยะ แอล ก็สามารถหาตัว คิระคนที่ 2 (ผู้ส่งสาสน์ท้าทายคิระคนที่ 1) เธอคือ ดาราวัยรุ่นชื่อดัง มิสะ มิสะ (เอริกะ โทดะ) แต่ก็ถูกปล่อยตัวไปเพราะไม่พบพยานหลักฐาน...

ไลท์ ยังคงสานสัมพันธ์กับ มิสะ มิสะ เพราะรู้ว่าเธอมีเครื่องมือฆ่าคนชั้นเยี่ยมนั่นคือ ดวงตา ยมทูต (แลกกับอายุขัยครึ่งหนึ่งของมนุษย์) ทำให้สามารถมองเห็นชื่อจริง และเห็น อายุขัย ของผู้คนเพียงแค่ได้เห็นหน้า กับ เรม (ยมทูตเจ้าของสมุด DEATH NOTE เล่มที่ 2 ) ... แต่ก่อนที่ ไลท์ และ มิสะ มิสะ จะทำตามแผนการณ์สำเร็จ คิระคนที่ 3 ก็ปรากฏตัวขึ้น โดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ว่า การมาของคิระคนที่ 3 นั้น มาเพื่อ ทำลาย หรือ รักษา โลกใบนี้กันแน่!!!

DEATH NOTE 2 The Last Name หรือ อวสานสมุดมรณะ เป็นภาคต่อที่จะนำไปสู่บทสรุปที่สมบรูณ์แบบของสมุด Death Note โดยหนังภาค 2 เปิดเรื่องด้วยการมี Death Note 2 เล่ม และนักแสดงหลักทั้ง 3 คนก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรก โดยต่างก็กุมความลับของตัวเองไว้ไม่ยอมให้ใครเพลี่ยงพล้ำใคร ตัวละครหลักอย่าง ไลท์, แอล และ มิสะมิสะ จะได้เจอกันเป็นครั้งแรกในฉากมหาวิทยาลัย โทโอ (ซึ่งถูกบรรยายไว้ในการ์ตูนต้นฉบับ) ซึ่งทางกองถ่ายได้ยกกองไปถ่ายทำกันที่มหาวิทยาลัยโฮเซ ในโตเกียวแทน ในการพบกันเป็นครั้งแรก!!! ของสามนักแสดงหลัก ทัตสึยะ ฟูจิวาระ (รับบท ไลท์), เคนอิชิ มัตสึยามะ (รับบท แอล) และ เอริกะ โทดะ (รับบท มิสะ มิสะ) โดยตัวประกอบทุกคนในฉากล้วนเป็นแฟนคลับของการ์ตูนเดธโน้ตทั้งนั้น


บุคลิกของตัวละครในภาค 2 นี้ ถูกทำให้โดดเด่นชัดเจนด้วยการแต่งตัว ทัตสึยะ ใส่ชุดดำแสดงถึงตัวตนของความเป็น ไลท์, เคนอิชิ มีเทคนิคการแสดงที่ไม่เหมือนใครเพื่อรับบท แอล เขาทำให้ทีมงานและเพื่อนนักแสดงต่างตื่นเต้นตลอดเวลา ส่วน เอริกะ ก็นำความร่าเริงสดใสอย่างมากมาสู่บท มิสะมิสะ

ผู้กำกับ ชูสุเกะ คาเนโกะ กล่าวว่า... ฉากในมหาวิทยาลัยไม่ใช่แค่ฉากสนุกๆ แรงจูงใจของตัวละครคือ พยายามล่วงรู้ในสิ่งที่ตัวละครตัวอื่นกำลังคิด โดยพยายามอ่านจิตใจของพวกเขา ทัตสึยะ เป็นตัวละครเสมอแม้กระทั่งช่วงพักเบรก อย่างที่เขาเคยเป็นระหว่างการถ่ายทำภาค 1 ในฉากที่ไลท์ถูกจำกัดขอบเขต ทัตสึยะ ต้องแสดงเหมือนคนขี้ระแวง เขาแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ทีมงานถึงกับพูดไม่ออก เอริกะ ต้องอยู่ในชุดแจ๊คเก็ต และถูกปิดตาด้วยขอบเขตของมิสะ การถ่ายทำเข้มข้นมากจนกระทั่ง เอริกะ พูดถึงประสบการณ์นั้นว่า เป็นฉากที่น่าจดจำที่สุดสำหรับเธอ ทีมงานได้พูดถึงการแสดงของเอริกะว่า ช่างน่าประทับใจ เธอเข้ากันดีกับเสื้อแจ๊คเก็ต สำหรับ เคนอิชิ เขามีเทคนิคของเขาเองในการสวมบทแอล หนึ่งในนั้นคือ บรรดาขนมหวาน แอลชอบขนมหวานทุกประเภท เคนอิชิ จึงพบกับคนจัดฉากบ่อยครั้ง เพื่อเลือกขนมหวานที่เหมาะสมที่สุดในแต่ละฉาก ขนมหวานอย่างพวก เค้ก, ลูกกวาด และคัสตาด ถูกนำมาใช้ในภาค 1 สำหรับภาคต่อ เคนอิชิ ตัดสินใจเลือกขนมหวานของญี่ปุ่น เพื่อแสดงความเป็นตัวแอลในแบบที่แตกต่าง การเลือกขนมหวานของเขากลายเป็นสิ่งที่ทีมงานทุกคน ตั้งหน้าตั้งตารอดูทุกๆวันในกองถ่าย การถ่ายทำช่างเต็มไปด้วยสีสันจริงๆครับ ผมเลยนำภาพเบื้องหลังกองถ่ายบางส่วนมาฝากแฟน DEATH NOTE ทุกๆท่าน ก่อนที่จะพบกับภาพยนตร์ฉบับสมบูรณ์ของ DEATH NOTE 2 The Last Name ซึ่งจะฉาย 3 ประเทศพร้อมกันในวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ที่ ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และ ฮ่องกง ติดตามชมให้ได้นะครับว่า...ใครจะเป็นชื่อสุดท้าย ที่ถูกเขียนลงในสมุด DEATH NOTE !!!

ภาพยนตร์เรื่อง DEATH NOTE ทั้ง 2 ภาค ดัดแปลงจากการ์ตูนต้นฉบับ DEATH NOTE ฝีมือการประพันธ์ของ โอบะ สึงุมิ และภาพลายเส้นโดย โอบาตะ ทาเคชิ ที่มียอดขายทั่วโลกอันดับ 1 ทะลุ 21 ล้านฉบับ!!! (ลิขสิทธิ์การ์ตูนในประเทศไทยโดย บริษัท เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ จำกัด) โดยฉบับภาพยนตร์ทำการสร้างออกมา 2 ภาค (ภาคแรกฉายเมื่อเดือน มิถุนายน 2549 และภาคที่ 2 จะฉายวันที่ 3 พฤศจิกายน 2549) ด้วยทุนสร้าง 2,000 ล้านเยน เทคนิคระดับเดียวกับ The Lord Of The Rings โดยภาคแรกในญี่ปุ่นทำลายสถิติ Box Office 3 วัน 157 ล้านบาท โค่นแชมป์ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องดังระดับโลก The Davinci Code (เดอะ ดาวินชี่ โค้ด) สร้างความฮือฮาในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติระดับโลก เมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส กว่า 50 บริษัทรุมแย่งซื้อสิทธิ์

เรื่องราวของ ยางามิ ไลท์ นักเรียนหัวกะทิคะแนนอันดับหนึ่งของประเทศ ผู้พบบันทึกมรณะ (เดธ โน้ต) ของยมทูตที่ทำตกไว้บนโลกมนุษย์ มันมีอำนาจฆ่าใครก็ได้ เพียงแค่ รู้จักหน้าคนผู้นั้น แล้วเขียนชื่อลงไป ไลท์ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงโลกโดยใช้เดธโน้ตฆ่าอาชญากรภายใต้ชื่อ "คิระ" (killer) โดยมีนักสืบจอมอัจฉริยะระดับโลก "L" หรือ " ริวซากิ " และทีมตำรวจคอยไล่ล่า ไลท์ได้รับการช่วยเหลือจาก "คิระคนที่ 2" หรือ "มิสะ มิสะ" เธอเป็นดาราชื่อดังแอบรักและบูชาคิระ เนื่องจากคิระได้ฆ่าฆาตกรที่สังหารหมู่ครอบครัวเธอ โดยการแลกอายุขัยครึ่งหนึ่งกับ ดวงตายมทูต (สามารถมองเห็นชื่อและอายุขัยของผู้คน) เพื่อตามหาคิระ ส่วนไลท์ต้องการหา คิระคนที่ 2 เพื่อใช้ ดวงตายมทูต ในการรู้ชื่อจริงของแอล การชิงไหวชิงพริบเข้มข้นขึ้นเมื่อมีการปรากฏตัวของ คิระคนที่ 3 และใครจะเป็นชื่อสุดท้าย ที่ถูกเขียนลงใน DEATH NOTE

ผลงานการกำกับโดย "ชูสุเกะ คาเนโกะ" (ซีรีส์ ก็อตซิล่า) นำแสดงโดย "ทัตสึยะ ฟูจิวาระ" (Battle Royale) รับบท "ยางามิ ไลท์" หรือ "คิระ", เคนอิชิ มัตสึยามะ" (NANA) รับบท "L" หรือ "ริวซากิ", "เอริกะ โทดะ" (นางแบบวัยรุ่นชื่อดัง) รับบท "มิสะ มิสะ" หรือ "คิระคนที่ 2", "นานะ คาตาเสะ" รับบท คิโยมิ ทาคาดะ (นักข่าวจากซากุระทีวีที่ติดตามคดีคิระ), "ซากุระ อุเอฮาระ" รับบท ซาเอโกะ นิชิยามะ (ผู้ประกาศข่าวคู่แข่งของ คิโยมิ)
ถ้ามีข้อมูลอะไรคืบหน้าก็จาเอามาอัพเรื่อยๆนะจ๊ะ
อันนี่เป็นTrailer หนังง่ะ